โรคหลงผิด (Delusional disorder) เป็นโรคจิตชนิดหนึ่งซึ่งมีอาการหลงผิดเป็นอาการเด่น เดิมเรียกว่า โรคหวาดระแวง (Paranoia หรือ Paranoid disorder) ซึ่งเป็นชื่อที่ไม่เหมาะสม เพราะทำให้เข้าใจผิดว่า โรคนี้มีอาการหวาดระแวงแบบเดียวเท่านั้น แต่ความจริงแล้วอาจมีอาการหลงผิดได้หลายแบบ อาการหลงผิด (delusion) คือความผิดปกติของความคิด ซึ่งผู้ป่วยมีความเชื่ออย่าสนิทใจ ในเรื่องที่ไม่เป็นความจริง ไม่สมกับเชาวน์ปัญญา และภูมิหลังทางวัฒนธรรม และไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยการใช้เหตุผล โรคหลงผิด เป็นโรคที่พบน้อย ประมาณ 0.025 ถึง 0.03 เปอร์เซ็นต์ของประชากรเท่านั้น ผู้ป่วยมักเริ่มเป็นในวัยผู้ใหญ่ เพศหญิงมากกว่าเพศชายเล็กน้อย โรคนี้มีความสัมพันธ์กับการอพยพย้ายถิ่นฐาน และระดับเศรษฐฐานะต่ำ สาเหตุของโรคหลงผิด ยังไม่เป็นที่ทราบชัด ผู้ป่วยโรคนี้หลายรายใช้ชีวิตที่ค่อนข้างแยกตัวเองออกจากสังคม และประสบความสำเร็จในชีวิตน้อยกว่าที่ควรจะเป็น ผู้ป่วยบางรายเป็นคนอ่อนไหวง่าย หรือเป็นคนขี้ระแวงสงสัยอยู่ก่อนแล้ว โรคทางกายบางอย่าง เช่นโรคสมองเสื่อม เนื้องอกในสมองและการใช้สารเสพติดบางชนิด อาจทำให้เกิดอาการแบบเดียวกับโรคหลงผิด แต่จัดเป็นโรคจิตที่เกิดจากพยาธิสภาพทางกายหรือสารเสพติด อาการของโรคหลงผิด คืออาการหลงผิดซึ่งอาจเป็นเรื่องเดียวหรือหลายเรื่องที่เกี่ยวข้องกัน อาการหลงผิดในโรคนี้ ไม่มีลักษณะแปลกประหลาดอย่างที่พบในโรคจิตเภท เรื่องราวอาจไม่น่าจะเป็น แต่ไม่ถึงกับเป็นไปไม่ได้ อาการมักคงอยู่นานเป็นเดือนเป็นปีหรือบางรายเป็นอยู่ตลอดชีวิต โดยทั่วไปผู้ป่วยไม่มีประสาทหลอน ยังพูดคุยรู้เรื่อง และหลายรายยังทำงานทำการได้ อารมณ์ไม่ผิดปกติอย่างในโรคจิตเภทหรือโรคอารมณ์แปรปรวน พฤติกรรมทั่วไปยังอยู่ในเกณฑ์ปกติ ยกเว้นในส่วนที่เกี่ยวข้องกับอาการหลงผิด โรคหลงผิด แบ่งออกเป็นหลายชนิดตามลักษณะของอาการหลงผิด ดังนี้ 1. Erotomanic type หลงผิดว่าบุคคลอื่นหลงรักตนหรือเป็นคู่รักของตน ส่วนใหญ่มักเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียง และมีฐานะทางสังคมสูงกว่า เช่นเป็นผู้นำประเทศ ผู้บังคับบัญชาหรือดารา ผู้ป่วยอาจเก็บอาการหลงผิดนี้ไว้ เป็นความลับหรืออาจแสดงออกต่อสาธารณชน ขึ้นกับบุคลิกภาพเดิมของผู้ป่วย บางรายก็ไปก่อกวนหรือทำให้คนอื่นหลงเชื่อก็มี 2. Grandiose type หลงผิดว่ามีความสามารถเกินความเป็นจริง มีคุณค่า มีอำนาจ มีความรู้สูง มีทรัพย์สินเงินทองมาก หรือมีความสัมพันธ์พิเศษกับบุคคลสำคัญหรือหลงผิดว่าเป็นเชื้อพระวงศ์ บางรายหลงผิดว่าเป็นพระอรหันต์หรือบรรลุโสดาบันก็มี 3. Jealous type หลงผิดว่าคู่ของตนนอกใจ อาการนี้พบบ่อยและบางครั้งอาจแยกได้ยาก ว่าเป็นเรื่องจริงหรืออาการหลงผิด 4. Pdrsecutory type หลงผิดว่าถูกปองร้าย ผู้ป่วยอาจมีอาการหลงผิดว่าตนเอง หรือบุคคลใกล้ชิดถูกปองร้าย ถูกติดตาม ถูกหมายเอาชีวิตหรือถูกใส่ร้ายในทางใดทางหนึ่ง 5. Somatic type หลงผิดว่าร่างกายมีความผิดปกติหรือป่วยเป็นโรคบางอย่าง เช่น มะเร็ง ผู้ป่วยบางรายหลงผิดว่าอวัยวะของตนมีรูปร่างผิดปกติหรือพิกลพิการ บางทีเชื่อว่าลิ้นไก่ของตนเองยาวผิดปกติ และไปขอให้แพทย์ผ่าตัดให้ก็มี ผู้ป่วยโรคหลงผิดมักไม่ค่อยไปพบแพทย์ ทำให้ได้รับการวินิจฉัยเป็นส่วนน้อย เมื่อเทียบกับจำนวนผู้ป่วยที่มีอยู่จริง ผู้ที่ไปหาแพทย์เองมักเป็นกลุ่มที่หลงผิดว่ามีโรคทางร่างกาย นอกนั้นส่วนใหญ่มักถูกผู้อื่นพาไปพบจิตแพทย์ การวินิจฉัยโรคนี้อาจทำได้ยากในเบื้องต้น โดยเฉพาะถ้าอาการหลงผิดนั้นเป็นเรื่องที่มีโอกาสเกิดขึ้นจริง ได้บ่อย เช่น เรื่องสามีไปมีเมียน้อย บางครั้งก็ต้องแยกอาการหลงผิดจากการหลอกลวงให้คนอื่นเข้าใจผิด เพื่อหวังผลประโยชน์ เช่น หลอกลวงว่าตนเป็นพระอรหันต์หรือเป็นผู้วิเศษ เป็นต้น จิตแพทย์ต้องอาศัยความรู้และประสบการณ์ ประกอบกับข้อมูลโดยละเอียดจนแน่ใจได้ว่า อาการของผู้ป่วยเป็นอาการหลงผิดจริง มิใช่กระทำไปโดยมีแผนการณ์เพื่อหวังผลประโยชน์ จึงสามารถวินิจฉัยได้ว่าผู้ป่วยเป็นโรคหลงผิด ในระยะที่ผ่านมา อาจมีผู้ป่วยหลายรายที่แสดงอาการจนเป็นข่าวคราวทางสื่อมวลชน แต่ไม่ได้รับการตรวจวินิจฉัยจากจิตแพทย์ ซึ่งโดยจรรยาบรรณแล้วคงไม่สามารถไปเที่ยววินิจฉัย บุคคลตามข่าวหนังสือพิมพ์หรือโทรทัศน์ เพราะอาจไปล่วงละเมิดสิทธิของเขาได้ การรักษาผู้ป่วยโรคหลงผิด ควรเริ่มต้นด้วยการสร้างสัมพันธภาพที่ดีระหว่างผู้ป่วยกับผู้รักษา การใช้จิตบำบัดเพื่อช่วยให้ผู้ป่วยยอมรับว่า มีปัญหาในระดับหนึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ที่จะช่วยให้ผู้ป่วยยอมกินยาและรับการรักษาต่อไป ยารักษาโรคจิตช่วยลดอาการหลงผิดของผู้ป่วยได้ และเมื่อใช้ร่วมกับจิตบำบัด เป็นวิธีการรักษาที่ได้ผลที่สุดในปัจจุบัน การให้ครอบครัวบำบัด (family therapy) ช่วยให้คนในครอบครัวเกิดความเข้าใจในตัวผู้ป่วย และยอมรับผู้ป่วยมากขึ้น ทำให้สภาพจิตใจของผู้ป่วยดีขึ้น ซึ่งเป็นประโยชน์ในการรักษาผู้ป่วยด้วย ดูข่าวในบ้านเราแล้วจะเห็นได้ว่าโรคหลงผิดมีปรากฏมาให้เห็นประปรายทุกยุคทุกสมัย แต่ถ้าดูผลการเลือกตั้งแต่ละครั้งแล้ว ก็น่าสงสัยว่าคนไทยที่หลงผิด มีมากกว่าที่คิดหลายเท่านัก

Comment

Comment:

Tweet

อีกอย่าง ผมคิดว่า โดนของหรือป่าว เพราะกินนิดเดียวเองนะครับ สงสัย2 อย่าง ไม่โดนของก็โโนใส่ยา อยากหายมากครับตอนนี้

#13 By +++++ (223.206.125.130) on 2011-03-21 18:38

ผมมีอาการหวดระแวงอยู่ตลาดเวลาครับ เนื่องจากกินเหล้าขาวกับรุ่นพี่ ก็มีอาการกลัวเหมือนจะมีคนมาทำร้ายอยู่ตลาดเวลา และที่สำคัญเหมือนคนเมาค้างตลอดเวลา 2ปีแล้วครับ ผมไปไหน ทำไรไม่ได้เลยครับ ใครรู้ที่รักษาบอกทีครับ ขอบคุณ

#12 By +++++ (223.206.125.130) on 2011-03-21 18:36

อ่อ บล็อคเรากลายเป็นที่ระบายอะไรเนี้ยยยsad smile

#11 By yu (123.122.66.223) on 2010-10-10 21:20

อารมณ์ค้างน่ะ เมื่อกี้อ่านกระทู้ที่เกี่ยวกับพวกผู้หญิงที่ชอบเเย่งแฟนชาวบ้าน พวกมันช่างไร้ยางอายจริงๆ อย่างเราพี่หมออยากหอมอยากกอดเราไม่ให้เขาทำ แต่อีพยาบาลมันรู้ว่าหมอไม่ได้ทำเรา มันยอม และมันเจตนาแย่งเลย มิหนำซ้ำมันเกลียดเราอีกต่างหาก มันมองเราวันนั้น เราจำแม่น มันทำสายตาหน้ากลัวใส่เราด้วยอีแรด ในเมื่อได้ของเราไปแล้วจะเอาอะไรกับเราอี่ก ส่วนอีกคนพี่ตำรวจอยากรับส่งเรา ตื้อขอเราซ้อนท้ายมอเตอร์ไซด์ เราไม่ไปด้วย แต่อีอบต.พอรู้ มันไปนั่งเอาหีซ้อนท้ายไปทุกที่กับพี่ตำรวจ ไปซี่กันด้วย เราก็อดทน แต่วันนั้นเราไปอบต.ไปเอาข้อมูลที่เกี่ยวกับการเรียนเรา เราไปดีๆ มันก็ด่าประชดประชันว่า พวกนี้มาหาถามเอาอะไรในอบต.มาเกี่ยวกับอบต.ทำไม ในเมื่อมันเป็นการคลัง แล้วอบต.ก็เป็นของคนแถวนั้นมันต้องบริการประชาชนอยู่แล้ว มันแย่งพี่ตำรวจแล้วมันหาเรื่องด่าเราอีก พวกหน้ามึน สร้างภาพ พูดเก่งตอแหลน่ะ เอาหีแบให้ ผู้ชายที่ใหนมันจะไม่เอา พวกมึงทำกรรมกับกูพวกหน้าด้านหน้ามึน ขอให้พวกมึงได้รับผลของกรรมด้วย พวกมึงทำทุกวิถีทางที่จะเเย่งของกู ขอให้ผลกรรมตามทันในชาตินี้ มึงแต่งตัวแข่งกู แข่งกูทุกอย่าง กูไม่แพ้พวกมึงซักอย่าง เพียงแต่กูไม่มีงานทำเฉยๆ กูขาดโอกาส พวกมึงเลยแข่งได้ ถ้าลองมาเป็นกูรู้ไหมว่ามันเจ็บแค่ใหน พวกมึงตี่หีรอสี้อีสัตว์ กูอยากตบหน้ามึงเหยียบหน้าพวกมึงนัก ขอให้พวกมึงได้รับผลของกรรมด้วย

#10 By เจน (110.164.35.25) on 2010-10-08 17:49

อารมณ์ค้างน่ะ เมื่อกี้อ่านกระทู้ที่เกี่ยวกับพวกผู้หญิงที่ชอบเเย่งแฟนชาวบ้าน พวกมันช่างไร้ยางอายจริงๆ อย่างเราพี่หมออยากหอมอยากกอดเราไม่ให้เขาทำ แต่อีพยาบาลมันรู้ว่าหมอไม่ได้ทำเรา มันยอม และมันเจตนาแย่งเลย มิหนำซ้ำมันเกลียดเราอีกต่างหาก มันมองเราวันนั้น เราจำแม่น มันทำสายตาหน้ากลัวใส่เราด้วยอีแรด ในเมื่อได้ของเราไปแล้วจะเอาอะไรกับเราอี่ก ส่วนอีกคนพี่ตำรวจอยากรับส่งเรา ตื้อขอเราซ้อนท้ายมอเตอร์ไซด์ เราไม่ไปด้วย แต่อีอบต.พอรู้ มันไปนั่งเอาหีซ้อนท้ายไปทุกที่กับพี่ตำรวจ ไปซี่กันด้วย เราก็อดทน แต่วันนั้นเราไปอบต.ไปเอาข้อมูลที่เกี่ยวกับการเรียนเรา เราไปดีๆ มันก็ด่าประชดประชันว่า พวกนี้มาหาถามเอาอะไรในอบต.มาเกี่ยวกับอบต.ทำไม ในเมื่อมันเป็นการคลัง แล้วอบต.ก็เป็นของคนแถวนั้นมันต้องบริการประชาชนอยู่แล้ว มันแย่งพี่ตำรวจแล้วมันหาเรื่องด่าเราอีก พวกหน้ามึน สร้างภาพ พูดเก่งตอแหลน่ะ เอาหีแบให้ ผู้ชายที่ใหนมันจะไม่เอา พวกมึงทำกรรมกับกูพวกหน้าด้านหน้ามึน ขอให้พวกมึงได้รับผลของกรรมด้วย พวกมึงทำทุกวิถีทางที่จะเเย่งของกู ขอให้ผลกรรมตามทันในชาตินี้ มึงแต่งตัวแข่งกู แข่งกูทุกอย่าง กูไม่แพ้พวกมึงซักอย่าง เพียงแต่กูไม่มีงานทำเฉยๆ กูขาดโอกาส พวกมึงเลยแข่งได้ ถ้าลองมาเป็นกูรู้ไหมว่ามันเจ็บแค่ใหน พวกมึงตี่หีรอสี้อีสัตว์ กูอยากตบหน้ามึงเหยียบหน้าพวกมึงนัก ขอให้พวกมึงได้รับผลของกรรมด้วย

#9 By เจน (110.164.35.25) on 2010-10-08 17:43

ลล

#8 By ด (202.151.4.20) on 2010-04-30 10:30

ก็ไปหาจิตแพทย์สิคะ กินยาซะ

#7 By yu on 2010-01-12 21:45

เหมือนเพื่อนเราเลย


เป๊ะๆ


ใช่เรย ข้อ 1 กับ ข้อ 2 แต่เพื่อนเราอายุ 16 เอง - -


มีที่ไหนรับรักษาบ้าง ติดต่อด่วน กลัวบ้าตามมัน

#6 By yahoo (118.173.211.2) on 2010-01-12 13:07

แล้วมีวีธีรักษา มัย

#5 By ชิณ (125.26.234.13) on 2009-07-07 20:18

ช่วงนี้น้องยู้เรียนหนักมั้ยเอ่ย ครั้งแรกที่เข้ามาที่นี่ พี่ประทับใจเด็กคนนี้ตรงที่ รักภาษาจีน ถึงแม้พี่จะอ่านไม่ออก แต่พี่ร้องเพลงจีนได้หลาย เพราะอาศัยจำคำเอาอ่ะ (ตั้งแต่สมัยเด็กเลยนะ ทีโอโอ เกาซันชิง ปู้เหลี่ยวฉิง ขันจั่ววั่ว วันนี้ฉันไม่กลับบ้าน เหมยฮัว ตั้งแต่จางเซี่ยวอิง ยันเติ้งลี่จวิน แต่ตอนนี้ชอบฟังเด็กสาววง she อาหมวยที่ร้องเพลงได้น่ารักดีค่ะ) น้องยู้ลองหาอะไรๆที่ตัวเองชอบทำดูซิคะ พี่เอาใจช่วยนะคะ ที่เล่าเรื่องอดีตให้ฟัง เพราะเป็นความชอบเฉพาะบุคคล แต่เพลิดเพลินสำหรับเราอ่ะ พี่เชื่อว่าเวลาของน้องยู้ ต้องหมดไปอย่างสนุกและมีความสุขนะคะ สู้ๆนะจ๊ะ

#4 By TRgrace on 2007-09-03 09:28

อาเฮียก็สงสัยตัวเองจะเป็นโรคจิตอ่อนๆเหมือนกัน


สู้กันต่อปายยย

#3 By Here Be.๛๛๛๛ on 2007-09-03 00:00

สวัสดีค่ะน้องยู้

-เป็นไงบ้างคะ ช่วงนี้เรียนหนักมั้ยเอ่ย
(อย่างไรก็ดูแลตัวเองด้วยนะคะ)
-แล้วไปเที่ยวไกลๆบ้างมั้ยคะ
(จิตใจและสมอง จะกระชุ่มกระชวยดีค่ะ ไปกันหลายๆคนก็ดีนะ สนุกดีค่ะ)
-เวลานึกถึงใครแล้วทำให้อารมณ์ดีมากๆมีมั้ยคะ
(พี่ชอบคิดถึงเรื่องในอดีต กับเพื่อนๆค่ะ เพราะเป็นช่วงที่สนุกที่สุด คือช่วงมัธยมน่ะค่ะสำหรับพี่นะ ซึ่งแต่ละคนก็คงต่างกันมั้งน้อ)

แหะๆ วันนี้พี่พาคุยเรื่อยเปื่อยเลย คิดถึงเสมอนะจ๊ะ น้องยู้ สู้ๆค่ะ ยิ้มเยอะๆนะคะ
สงสัยว่าเราจะโรคจิต หน่อยๆ

#1 By lullscreen on 2007-08-25 17:34