นิทานเจ้าชายกบ ภาคพิศดาร (เจ้าชายแอบโหด เหื่อๆ)

แปลจากเวบจีนจ้ะ ถ้าแปลผิด หรือไม่เข้าใจยังไง บ่นๆกันได้ค่ะ มือใหม่หัดแปลจ้ะ

ป.ล. ไม่ถนัดราชาศัพท์ เจ้าหญิงให้หล่อนพูดแบบสามัญละกันนะเจ้าคะ ใครช่วยแนะนำด้วยก็ดีคะ เหะๆ

คุณคิดว่าตัวเองเชื่อในความรักหรือเปล่า ?

เจ้าชายหนุ่มรูปงามผู้ซึ่งได้รับการลงโทษจากแม่มด ต้องคำสาปให้กลายร่างเป็นกบที่แสนอัปลักษณ์ตัวหนึ่ง แม่มดได้บอกไว้ว่า ขอเพียงมีหญิงสาวมาหลงรักเจ้าชายกบด้วยความจริงใจ

เวทมนตร์จึงจะเสื่อมไป

โชคดีที่ในที่สุดแล้วองค์หญิงแสนสวยก็มาหลงรักเจ้าชายกบ อีกทั้งความดีงามของเขาก็พิชิตใจเจ้าหญิงอย่างราบคาบ เจ้าหญิงกล่าวไว้ว่า ฉันเชื่อคุณ และฉันก็ยินดีที่จะรักคุณ แต่ว่าอยากให้คุณรับปากฉันไว้อย่างหนึ่ง ไม่ว่าอนาคตฉันจะเปลี่ยนไปเป็นแบบไหน ไม่ว่าจะงดงามหรือขี้เหร่ ยากจนหรือมั่งมี แข็งแรงหรืออ่อนแอ คุณก็จะรักฉันตลอดไป ไม่ทิ้งกัน

แน่นอนว่าเจ้าชายกบตอบตกลง ครั้นแล้วเจ้าหญิงก็จุมพิตเขา เจ้าหญิงนั้นคล้ายว่าจะทราบล่วงหน้าว่าสุดท้ายจะมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้น ตอนที่จุมพิตนั้น น้ำตาใสๆก็ร่วงรินลงมาหยดใส่ที่ข้างริมฝีปากของเจ้าชายกบ

คำสาปได้ถูกขจัดไปแล้ว พริบตาเดียวเจ้าชายกบก็กลายร่างเป็นเจ้าชายรูปงาม เขาดีใจเป็นล้นพ้น แต่ก็ได้เกิดเรื่องที่ไม่คาดฝันขึ้น เจ้าหญิงได้หายตัวไป ตำแหน่งที่เจ้าหญิงเคยยืนอยู่กลับถูกแทนที่ด้วยคางคกอัปลักษณ์ตัวหนึ่ง มันกระโดดขึ้นมาอยู่ที่หลังเท้าของเจ้าชาย เงยหน้าขึ้นมามองเขา ในนัยต์ตามีหยาดน้ำตาอยู่ เจ้าชายกบนั้นแทบไม่อยากจะเชื่อ เขาแทบจะบ้าคลั่งไปเลยทีเดียว

ในเวลานั้นเองแม่มดก็ปรากฎตัวขึ้น เธอยิ้มอย่างสาแก่ใจ เดิมทีหล่อนไม่ใช่เจ้าหญิงอะไรหรอก แต่เดิมก็เป็นแค่คางคกตัวหนึ่งเท่านั้นละ มนุษย์นั้นต่างก็ถือว่าหลังจากเจ้าหญิงจุมพิตเจ้าชายกบแล้ว นับแต่นั้นคนทั้งสองก็จะใช้ชีวิตด้วยกันอย่างมีความสุข ตอนจบแบบนั้นน่ะ มันเรียบง่ายเกินไป ดังนั้นฉันเลยจัดการเอาคางคกมาเปลี่ยนร่างเป็นเจ้าหญิง จากการที่หล่อนจูบเจ้าเพื่อทำลายคำสาป ในขณะเดียวกัน หล่อนก็เปลี่ยนร่างกลับไปเป็นคางคก นี่ก็คือสิ่งตอบแทนที่หล่อนรักเจ้าไงล่ะ ถ้าหากหล่อนไม่ยอมจุมพิตเจ้าล่ะก็ หล่อนก็จะกลายเป็นเจ้าหญิงตลอดไป เสพสุขไปชั่วกาลนาน แต่น่าเสียดายที่นังนั่นมันโง่ หล่อนรู้อยู่แล้วว่าจุดจบของตัวเองจะเป็นเช่นไร แต่หล่อนก็ยังเลือกที่จะรักเจ้า เจ้าต้องทำตามคำมั่นสัญญาที่ตัวเองให้ไว้ด้วยล่ะ อยู่กับคางคกไปตลอดชีวิตเถอะ อย่าลืมซะล่ะ นี่เจ้าตกปากรับคำกับนางเองนะ โฮะ โฮะ โฮะ ๆๆๆ

ใจเจ้าชายนั้นแทบจะแหลกสลาย เขารับกับความเป็นจริงข้อนี้ไม่ได้ แม่มดผู้โหดเหี้ยมอำมหิต ดึงเขาขึ้นมาจากนรกสู่สวรรค์ แล้วกระชากเขาจากสวรรค์สู่นรกอเวจี ทำให้เขาได้รับความสุขและทรมานอย่างสุดขั้ว นี่ถึงจะเป็นสิ่งที่แม่มดมุ่งหวังไว้อย่างแท้จริง เจ้าชายนั้นมองเจ้าคางคกที่อยู่บนหลังเท้าเขา มองแล้วก็มองอีก คิดเอาว่า ข้าจะไปรักหล่อนได้อย่างไรเล่า? เขาตะโกนออกมาอย่างโกรธแค้นและสิ้นหวัง ทั้งพุ่งตัวออกไป

โศกนาฎกรรมได้เกิดขึ้นแล้ว ระหว่างที่ขาเขาก้าวพลาดนั้น ได้ไปเหยียบคางคกจนถึงแก่ความตายเข้า คางคกนั้นร้องออกมาแอะหนึ่ง ทำให้เขาตะลึงและฉุกคิดขึ้นมาได้

หนำซ้ำยังเกิดเรื่องที่ไม่น่าเชื่อตามมาติดๆ คางคกนั้นได้กลายร่างกลับไปเป็นองค์หญิงแสนสวย เพียงแต่ว่า หล่อนตายแล้ว ตายอยู่แทบเท้าที่ไร้ความปรานีของเขา

นางแม่มดยิ่งหัวเราะอย่างบ้าคลั่งสาสมใจ เจ้าคงคิดว่าเกมมันจบแล้วสินะ ไม่! เกมมันเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นตะหากล่ะ เจ้ากบผู้อวดดีเอ๋ย ให้ข้าบอกเรื่องจริงกับเจ้าก็แล้วกัน ยัยนั่นไม่ใช่คางคกหรอก หล่อนเป็นเจ้าหญิงตัวจริง การที่หล่อนปลี่ยนร่างเป็นคางคกเป็นหนึ่งในคำสาปข้าเองล่ะ เพียงแค่เจ้ายอมจูบหล่อน หล่อนก็จะกลับร่างเป็นเจ้าหญิง แต่ว่าเจ้าไม่ยอมทำ เจ้ารับไม่ได้กับความอัปลักษณ์ของหล่อน เจ้ายอมที่จะฆ่าหล่อนเสียดีกว่าที่จะยอมรักหล่อน ฮ่าๆ นี่คือสิ่งที่เจ้าเรียกว่าความรักงั้นรึ ??

เจ้าชายร่ำร้องอยางเจ็บปวด ฆ่าข้าเถอะ ฆ่าข้าซะดีกว่า!! แม่มดพูดอย่างเหยียดหยามว่า

ข้าไม่ฆ่าเจ้าหรอก เจ้าคนขี้ขลาดตาขาวแล้วยังเห็นแก่ตัวอย่างเจ้า ข้าจะให้เจ้ามีชีวิตอยู่ต่อไป ให้เจ้าเสียใจและเจ็บปวดไปชั่วชีวิต !

ตอนจบของนิทาน ในความเป็นจริงเจ้าชายกับเจ้าหญิงไม่ได้อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข

เจ้าหญิงตายอยู่แทบเท้าเขา ในใจของเขานั้นเฝ้าประณามตัวเองอยู่ตลอด จนเขาไม่อาจลุกขึ้นสู้ได้อีก

ตอนเขาใกล้สิ้นใจ เขาเฝ้าพร่ำเพ้อพูดประโยคหนึ่งอยู่ตลอดเวลาว่า ข้าจำได้เพียงหยาดน้ำตาใสๆในนัยต์ตาของเจ้า ....ข้าจำได้เพียงหยาดน้ำตาใสๆในนัยต์ตาของเจ้า

ยิ่งเปลี่ยนนิทานเจ้าชายกบฉบับดั้งเดิม ก็อยากจะพูดถึงข้อคิดที่ได้รับ ก็คือ

1. คนเรามักจะรับกับความอัปลักษณ์ของตนเองได้ แต่กลับทนรับความอัปลักษณ์ของคนอื่นไม่ได้

2.เราไม่ควรเชื่อกับความเป็นจริงที่ปรากฎต่อหน้าเราง่ายๆ เพราะมันอาจจะเป็นภาพลวงตาก็ได้

3.เคราะห์ร้ายนั้นก็เหมือนกับหล่อนแม่มดผู้เหี้ยมโหด ยิ่งคุณกลัวเธอ เธอก็จะยิ่งไล่ต้อนคุณจนจนมุม (กัดไม่ปล่อย) พอคุณขาดสติสัมปชัญญะ คุณก็อาจจะทำความผิดอันใหญ่หลวงเข้าให้

ที่มา http://www.jx.xinhuanet.com/yiwen/2003-06/23/content_634773.htm


edit @ 2007/03/26 11:39:26


edit @ 2007/03/27 13:06:17

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

น่านนน ประเดิมคนแรกเลย..

เก่งนี่คะ..หวังว่า"นานมี"
คงพบ เพชรน้ำเอก ก็คราวนี้นะคะ

ขอบคุณมากค่ะอ่านซะเพลินเลย


พี่เอาประวัติศาสตร์จีนมาฝากค่ะ..

http://www.manager.co.th/China/China_History.aspx
เหอๆ พี่คะ หนูแค่ไปขายหนังสือน่อ หวังว่าจะขายรอดค่ะ เพี้ยงๆ

#2 By yu on 2007-03-26 14:25

เปนเรื่องที่ดีมากกว่า
ให้แง่คิดในการคบหาคน

#3 By มิว (58.10.81.30) on 2007-03-26 15:00

เจ๋งๆ

#4 By *** on 2007-03-26 20:17

ตอนแรกว่าจะวิจารณ์เรื่องการใช้ Pronoun โดยเฉพาะ Third Person...เขียนแบบให้คนอ่านทำความเข้าใจบางประโยคเอง (หรือคนเขียนบางทียังไม่ค่อยเข้าใจด้วยมั้งนะ หุหุ)

แต่พอคลิ๊กไปดูต้นฉบับ...oh baby...
แปลได้ขนาดนี้ ขอคารวะ 3 จอก!

#5 By Here Be.๛๛๛๛ (210.246.68.47) on 2007-03-27 00:31

สวัสดีค่ะ น้องยู้

รอรับหนังสือ"คำพ่อคำแม่" 1 เล่มและหนังสือสวดมนต์ อีก 5 เล่ม ด้วยนะคะ ส่งไปแล้วค่ะ

อ้อ..เพลงที่ส่งมาทางอีเมล์เพราะมากๆเชียวค่ะ ขออีกค่ะ..(ได้คืบเอาศอกเลยเรา)

พี่อยากได้ mp4 ที่บรรจุเพลงจีนไว้เยอะๆ(ทั้งเก่าและใหม่ แบบเพลงที่ส่งมาน่ะค่ะ) น้องยู้ช่วยจัดการให้หน่อยได้ใหมคะ ราคาทั้งหมดเท่าไร แจ้งด้วย เดี๋ยวพี่จะโอนเงินให้พร้อมค่าส่งค่ะ..

ยืนยันว่า..อยากได้ค่ะ ชอบฟังมากๆๆๆๆ

อ้อ..รอพี่โอนเงินให้ก่อนนะคะ แล้วค่อยจัดการน่ะค่ะ..


..อย่าไว้ใจทางดีที่สุดค่ะ..
แหะๆกะลังคิดอยู่เชียวว่าต้องโดนติเรืองใช้สรรพนามชัวร์ เพราะเจ้าหญิงคนเดียวเล่นใช้ตั้งสาม-- หล่อน นาง เธอ เหๆ เออ้แต่มีพิมพ์ผิดด้วยค่ะ เพราะตอนแก้อะไปใช้วิธีแทนที่อัติโนมัติให้มันเปลียนให้แล้วไมเช็คดีๆ นางแม่มด มันเลยกลายเป็น หล่อนแม่มด แป่ว จะแก้เดี๋ยวนี้ละค่า แต่ว่าขอยืนยันว่าหนูเข้าใจเรื่องราวดีค่ะ จะปรับปรุงเรื่องการใช้สรรพนามด่วนจี๋

#8 By yu on 2007-03-27 10:46

เอ็มพีสี่ ยังไงอะคะ หนูไฟส์อย่างงั้นไม่เป็นจ้ะ ปล.หนูไรซีดีให้พี่ฟรีๆเลยค่ะ ไม่ต้องโอนเงินหรอก เพราะเพลงหนูก็ได้มาฟรีค่ะ

#9 By yu on 2007-03-27 10:49

*-* หนุกหนานดีจ้ะ

*-* พี่ยู้แปลเก่งจางเยยอ่า แอบอิจฉา หุหุ

*-* ไว้วันหลังแปลอีกมะไหร่ส่งมาให้ปุ๋ยอีกนะพี่ยู้


*-* ขอให้สนุกกับการทำงานขายหนังสือนะคะพี่

*-* มิสๆ

#10 By Takecare (58.10.167.28) on 2007-03-27 19:44

กว่าจะตัดภาพ ใส่เสียง + ปาด sub ความยาว 27 นาที....แต่ทำไป 5 ชม! แถมที่ทำได้เพราะไปง้อโปรแกรมเมอร์ (ตอนแรกโทรข้ามตึกไปถาม เขาบอกไม่ใช่หน้าที่โดยตรง ตุ๊ด ตุ๊ด ตุ๊ด) ลองถาม ลองทำอยู่นาน เด๋วเครดิตการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าจะเสียไป ไม่มีใครใกล้ตัวทำได้ซักคน จะหยิ่งหิ้วไปร้านก็สายเกินไป

โทรไปอีกทีมันก็ไม่รับเลย หุหุ..........ทำใจกล้าหน้าด้านเดินไปแผนกนั้นโดยตรง วันนี้มีคนมาทำงาน 4 คน (เงินเดือนแต่ล่ะคนก็สูงโคตรอยู่แล้ว---หากมีคนอ่านเป็นเด็ก ม.ปลาย อยากรวยแนะให้เรียนสายวิทย์โลดด) ก็พูดกันตรงๆ ช่วยกูด้วยเหอะ เขาก็ว่าเราทำงานมานานพอสมควรแล้ว ถึงจะอยู่ที่นี่ได้ไม่นาน แต่ก็น่าจะรู้ว่า... ของฟรีไม่มีในโลก!... ไม่มากไม่มาย หมดไปแค่เบียร์ 4 ขวด... ก็รู้มาตั้งแต่ยังเรียนไม่จบแล้วล่ะว่าโลกนี้ไม่มีอะไรฟรี แต่ก็ยังเสียความรู้สึกทุกทีที่ได้เจอ

บางทีอดีตซูเปอร์นายกฯ อาจพูดถูกที่ว่า เศรษฐกิจพอเพียงเป็นความฝัน แต่ทุนนิยมเป็นของจริง แล้วเราจะอยู่ในโลกของความจริงหรือความฝัน?... สู้โว้ยยย?

ระบายจบละ..เข้าเรื่อง

#11 By Here Be.๛๛๛๛ (210.246.66.137) on 2007-03-28 02:18

จริงๆไม่อยากติ กลัวเสียกำลังใจ ยิ่งขี้อายอยู่ด้วย (แต่มีคนชมเยอะแล้วนี่

หลังจากติไป เจ้าหญิงเลยกลายเป็นเจ้าหล่อนไปหมดทุกคำ หุหุ... แต่อย่างที่บอกไป หลังจากดูต้นฉบับแล้ว ยืนยันคาราวะ 3 จอกเหมือนเดิม!.. หัวใจหลักๆของการเขียนคือคำสรรพนาม กับคำสันธาน แต่เขียนตามทฤษฎีมันไม่เวิร์คนะ มันต้องฉีกหรือจะเรียกว่าเป็นตัวของตัวเองก็ได้ แบบงานเขียนของ รงษ์ วงศ์สวรรค์ หรือกลอนของอังคาร กัลยาณพงศ์ ที่ไปถามอาจารย์ภาษาไทยยุคนู้นคงจะบอกว่าใช้ไม่ได้ แต่ต่อมางานของ 2 คนนี้บางส่วนมาอยู่ในแบบเรียนซะงั๊นอ่ะ..

แต่คิดว่าพี่คงอ่านหนังสือมาไม่เท่ายู้นะ มันลายตา 555 อ่านการ์ตูนเยอะกว่า และก็ดูหนังมาเยอะมั่กมากกก
ก็ต้องทำไปเรื่อยๆ จนกว่าจะเจอสไตล์ของตัวเอง

ซ้อม ซ้อมและก็....ซ้อม!

#12 By Here Be.๛๛๛๛ (210.246.66.137) on 2007-03-28 02:23

โอพี่ท่าน ขอบคุณหลายเน้อ ที่ติ ข้าน้อยก็ยังมิเรียนการแปลเลย เทอมที่จะถึงนี้จะได้เรียนแล้วน้อ ไม่รู้จะรอดอะเปล่า ตอนนี้ที่แปลๆอาศัยศัพท์ไม่รู้ก็ถามชาวบ้านเขาเอา จะว่าไปอ่านเองมันก็เข้าใจนะแต่ไหงแปลออกมา แล้ว...ก็จะแปลต่อไปน้อ ได้เรื่องใหม่แล้วล่ะ ฮิๆ อย่าลืมมาตินะ ข้าน้อยยังด้อยประสบการอีกไกล เซี่ยเซี่ยเจ้าค่า

#13 By yu on 2007-03-28 11:01

สู้ต่อไปน้อพี่ท่าน ต้องหัดใส่ซับให้เป็นมั่งแล้วมั้งเนี่ย ทำไงหว่า

#14 By yu on 2007-03-28 11:02

ซึ้งดีจางงงงงงงงงงงงง

พี่ยู้แปลให้อ่านอีกน้า

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ดีมากๆเลยอ้ะ

#15 By ไอซ์ (124.120.10.152) on 2007-03-28 17:28

อิอิ อ่านแล้วนะจ๊ะ ชอบแง่คิดอ่ะ ดีมากเลย วันหลังแปลให้อ่านอีกนะ สู้ๆ

#16 By เอิร์ธ (58.9.186.60) on 2007-04-03 23:29

ดี ไงตอบกับที่ aongm01@hotmail.com

#17 By ---------- (203.172.129.242) on 2008-06-13 12:44

ดี ไงตอบกับที่ aongm01@hotmail.com

#18 By ---------- (203.172.129.242) on 2008-06-13 12:44

ดี ไงตอบกับที่ aongm01@hotmail.com

#19 By ---------- (203.172.129.242) on 2008-06-13 12:44