ทะลุมิติแดนมังกร1

posted on 04 Jun 2005 18:41 by yu2529

piaoliang de ren!! eheh

ตอน กลับสู่อดีตเมืองหลงเอ๋อ

มีนักศึกษาคณะภาษาจีนกลุ่มหนึ่ง ได้แก่ พล ริน เหมียว หลิว ทุกคนเป็นเพื่อนรักกัน


วันหนึ่งทั้งหมดได้เดินทางไปทัศนศึกษาพร้อมเพื่อนในคณะเดียวกัน ที่ประเทศจีน ปักกิ่ง วันแรก


พวกเขาได้ไปเที่ยวกำแพงเมืองจีน จากนั้นก้ไปเที่ยววัดกันต่อ เมื่อเข้าไปในวัด ทั้ง4คนก็เดินหลง


ทางทางกับนักศึกษาคนอื่นๆ แล้วก็ได้ไปพบกับระฆังใบหนึ่งแขวนแยู่ ข้างๆเขียนภาษาจันกำกับ


ไว้ว่า "ระฆังมังกรน้อย ระฆังใบนี้มีตำนานอยู่ว่าได้มีนักพรตจับมังกรน้อยตัวหนึ่งขังไว้ เพราะวามัน

ไปก่อความเดือดร้อน หลังจากที่นักพรตตายไปคาถาก็ไม่เสื่อมไปไหน และมังกรน้อยก็ยังคงรอ


คอยให้มีผู้มาปลดปล่อยมันจนถึงทุกวันนี้ และข้างล่างสุดก็มีข้อความว่า ห้ามตีระฆังเล่น" แต่ยิ่ง


ห้ามก็เหมือนยิ่งยุ พลคว้าไม้ระตีระฆังที่อยู่ข้างๆมาตีทันที (นิสัยไม่ดีจริงๆ^^) เสียงก้องกังวาน


ไพเราะมาก แต่ทันทีที่สิ้นเสียงท้องฟ้าก็มืดมัว และฝนก้ตกลงมา ขณะที่ทุกคนวิ่งหาที่หลบฝน ก็


ปรากฏประตูสีทองบานใหญ่ขึ้น พอประตูเปิดทุกคนก็ถูกดูดเข้าไป เมื่อรู้สึกตัวก็มาอยู่กันในเมืองที่ผู้


คนพลุกพล่านแต่ก็ไม่รู้ว่าว่าอยู่ที่ไหนกัน แถมผู้คนก็แต่งตัวแบบจีนในสมัยก่อน หลิวจึงเข้าไปถาม


คุณลุงคนหนึ่ง(ด้วยภาษาจีน)ว่า


หลิว : เอ่อ..คุณลุงครับ ทีนี่ที่ไหนกันครับ?
ลุง : ที่นี่เหรอ เมืองหลงเอ๋อ
หลิว : แล้วนี่เล่นหนังกันหรือครับ?
ลุง :??? เล่นหนัง?? พูดเรื่องอะไรน่ะ??
หลิว : ?อ้าวก็ลุงแต่งตัวแปลกๆแบบนี้ไม่ได้เล่นหนังหรือครับ???
ลุง: เฮ้ย เจ้านี่พูดอะไรไม่รู้เรื่อง คนเขาก็แต่งตัวแบบนี้กันมาตั้งนานแล้ว เจ้าน่ะสิแต่งตัวแปลก ท่าจะบ้า ไปดีกว่า
หลิว: ชะอ้าว... เดี๋ยวก่อนสิลุง>..< .....ว้า ไปซะแล้ว
จากนั้นหลิวก็เดินกลับไปหาเพื่อนๆ
เหมียว : เอ..ฉันว่าที่นี่มันแปลกๆนา
พล : หรือว่าเราจะเจาะเวลาหาอดีตได้
เหมียว : บ้า ไม่ใช่ในหนังซักหน่อย
พล : อะโธ่ ไม่เชื่อแล้วจะเสียใจ -..'
เหมียว : ใครเขาจะไปเชื่อนายเล่า
ริน : ฉันว่าอย่าเพิ่งทะเลาะกันเลย ไปหาคนที่ท่าทางน่าถามกันเถอะ
พอทุกคนเดินไปซักพักก็พบผู้หญิงคนหนึ่งหกล้มข้าวของตกกระจายหมด ก็เลยไปช่วยเก็บ
ผู้หญิง(เสี่ยวเหมย) : ขอบคุณมากนะคะ ข้าชื่อ เสี่ยวเหมยค่ะ
ริน : คุณเสี่ยวเหมย ไม่ทราบว่าทำไมคนที่นี่ถึงแต่งตัวอย่างนี้ละคะ?
เสี่ยวเหมย : เค้าก็แต่งตัวกันอย่างนี้อยู่แล้วนี่คะ พวกท่านสิทำไมแต่งตัวแบบนี้
ริน : เอ่อ..........
พล : คุณเสี่ยวเหมย นี่ปี อะไรครับเนี่ย??
เสี่ยวเหมย : ปีเจี้ยนอานที่ 2 ในราชวงศ์ตงฮั่นค่ะ
พล ริน เหมียว หลิว : หา!!!! จริงรึเปล่า???
เสี่ยวเหมย : จริงสิคะ จะโกหกทำไม
พล : เห็นไหมเหมียว บอกแล้วว่าเราเจาะเวลาหาอดีตกันจริงๆ
เหมียว : แต่ฉันก็ยังไม่แน่ใจอยู่ดีแหละ
หลิว : แต่ดูๆแล้วสงสัยจะจริงนะเหมียว
ริน : อื้อ ฉันก็ว่างั้นแหละ
พล : เป็นไงเชื่อยังล่ะเหมียว
เหมียว : เออๆ เชื่อก็เชื่อ..
เสี่ยวเหมย : ว่าแต่ถามวันเดือนปีทำไมหรอคะ
ริน : คุณเสี่ยวเหมยอาจจะไม่เชื่อนะคะ แต่พวกเราน่ะมาจากอนาคตค่ะ
เสี่ยวเหมย :อนาคต!! ว้าว ดีจังมีเพื่อนมาจากอนาคต ข้าจะพาพวกท่านชมเมืองเอามั้ยล่ะ วันนี้มีงานเทศกาลด้วยนะ เป็นการตอบแทน
ริน : ว้าว ดีมากเลยค่ะ
เหมียว : ฉันว่าคุณเสี่ยวเหมยนี่อ่อนต่อโลกจังเชื่อคนง่ายชะมัด
พล : เขาเชื่อก็ดีแล้วน่าเรื่องมากจริง
เหมียว :.....โอ๊ย ไม่พูดกับนายแล้ว
จากนั้นเสี่ยวเหมยก็พาทุกคนไปเดินเที่ยวรอบๆเมือง และเที่ยวงานเทศกาล ระหว่างทางก็ได้ไปเจอกลุ่มคนกำลังเล่นโยนห่วงกัน ถ้าโยนคล้องของรางวัลอันไหนได้ก็เอาอันนั้นไปเลย


พล : ว้าว น่าเล่นจังเลย
ริน : แต่ไม่มีเงินนี่นา
เสี่ยวเหมย: ข้าเองก็ไม่ได้นำเงินติดตัวมาด้วยสิ อ๊ะนั่นเพื่อนข้า คุณชายจาง! คุณชายจาง !
คุณชายจาง : ไงจ๊ะ เสี่ยวเหมยคนสวย
เสี่ยวเหมย : กล่าวเกินจริงไปแล้วข้าไม่สวยหรอก คนพวกนี้เป็นเพื่อนใหม่ของเสี่ยวเหมยเองค่ะ คือว่าพวกเราอยากเล่นโยนห่วงแต่วันนี้ข้าไม่ได้พกเงินมาเลย คุณชายจางช่วยออกแทนหน่อยสิคะ เอาไว้กลับบ้านข้าจะคืนเงินให้
คุณชายจาง : ได้เลยจ้ะ เสี่ยวเหมย เจ้าไม่ต้องคืนเงินหรอก ถือว่าเป็นน้ำใจของข้าต่อเพื่อนใหม่ของเจ้าละกัน
พล ริน เหมียว หลิว : ขอบคุณมากครับ/ค่ะ
เสี่ยวเหมย : เอ้อข้าลืมบอกพวกท่านไปเรื่องนึง ท่านเห็นคนที่ใส่ชุดน้ำเงินนั่นมั้ย เขาเป็นคนจัดงานนี้ขึ้น เขาเป็นผู้มีอิทธิพลแถวนี้ละ ถ้าเกิดอะไรขึ้นพวกท่านก็อย่าโวยวายล่ะเดี๋ยวเป็นเรื่อง
พล : อะไรมีอย่างนี้ด้วยเหรอ
หลิว : ครับ ครับคุณเสี่ยวเหมยเราจะไม่โวยวาย
เสี่ยวเหมย : งั้นไปเล่นโยนห่วงกันเถอะ
พล : อ้าว หลิวเมื่อกี๊ทำไมพูดตัดบทอย่างงั้นล่ะ เรายังพูดไม่จบซะหน่อย
หลิว : ก็แค่เล่นโยนห่วงน่า คงไม่มีใครมาหาเรื่องเราหรอกมั้ง
ริน : ใช่ ไปกันเถอะ เหมียวเขานำหน้าไปแล้วนะ
จากนั้นทุกคนก็เล่นโยนห่วงกันอย่างสนุกสนาน
พล : โอ๊ย โยนไม่ลงเลย แล้วดูของรางวัลดิ ใหญ่กว่าห่วงอีกใครจะไปโยนครอบได้ แถมสภาพห่วง ยังกะใช้มา10ปีแน่ะ
เหมียว : นี่ฉันฟังนายบ่นมานานนนน.......มาก แล้วนะ ช่วยเงียบหน่อยคนอื่นเค้าไม่มีสมาธิ
คนจัดงาน : อะแฮ่ม ทุกท่านครับวันนี้เรามีรางวัลใหญ๋มาให้ท่านลุ้นครับ เพียงท่านโยนห่วงได้ ของรางวัลของวันนี้ก็คือแจกันใบยักษ์สีทองที่มีฝาปิดใบนี้ เท่านี้ยังไม่พอข้างมนมีเพชรนินจินดาให้และเงินทองให้ด้วยนะครับ แต่ขอบอกว่าไม่ง่ายอย่างที่คิดนะครับ
พล : โห ฝามีที่ให้คล้องนิดเดียวเอง
เหมียว : บ่นจังวุ้ย แต่ฉันว่าน่าสนุกออก เพราะถ้าได้รางวัลล่ะก็ หึ หึ โฮะ โฮะ สบายไปอีกนาน
พล : เออจริงแฮะ จะได้รวยซะที
ริน หลิว : นั่นสิไปเล่นกันเถอะ เดี๋ยวคนอื่นได้รางวัลไป
และแล้วในที่สุดด้วยความพยายาม (และความงก)
พล : ฮ่าาาาาาา สำเร็จแล้วเรา รวยแล้ววววว
ริน : เย้ เก่งจัง
คนจัดงาน : หยุดดดด!!! เดี๋ยวก่อนเจ้าผิดกติกา
พล : ตรงไหนไม่ทราบ
คนจัดงาน : นั่นไง เจ้าล้ำเส้น เส้นด้ายที่เจ้าเหยียบอยู่ไงล่ะ
พล : แว้ก เส้นด้ายเนี่ยนะ มีตั้งแต่เมื่อไหร่ ขี้โกงนี่นาไม่ยอมหรอก
ริน : ไม่เอาน่าพล ช่างเค้าเหอะจำที่คุณเสี่ยวเหมยบอกไม่ได้แล้วหรอ
พล : ไม่ได้หรอก ทำแบบนี้หลอกชาวบ้านนี่นา
ชาวบ้าน : ใช่ ใช่ ไม่ยอม
คนจัดงาน : บอกว่าไม่ให้ก็ไม่ให้เด่ะ เดี๋ยวโดนหรอก
ชาวบ้าน : อะจึ๋ย สงสัยไอ้หนุ่มนั่นเละแน่เลยว่ะ
ชาวบ้าน : ไม่มั้ง ไม่แน่
พล : แน่จริงก็มาเลย ไม่กลัวหรอก
คนจัดงาน : เฮ้ย ลูกน้องออกมาจัดการมันซิ
....................เงียบ.............................
ลูกน้อง : เฮ้ย แกได้ยินอาไรแว่วๆป่ะ
ลูกน้องอีกคน : ไม่เห็นได้ยินเลย หูฝาดมั้ง
ลูกน้อง : เออ เออ ช่างเหอะ ก๊งเหล้าต่อเร็วไม่เมาไม่เลิกวันนี้.....



พล : ไหนล่ะ ไม่เห็นมีใครเลย งั้นขอรางวัลไปเลยละนะ ลาขาด ...ฮ่ะฮ่ะ
คนจัดงาน : เฮ้ย เอามานะะะะะะ ว้ากกก ลูกน้องไปไหนหมดดดดด
จากนั้นทั้งหมดก็วิ่งหนีไปจนพ้นจากสายตาของผู้คน
เหมียว : โอ๊ยพอเหอะ หยุดวิ่งเหอะ เหนื่อยจัง
หลิว : พล แล้วนายจะทำยังไงกับเงินทองพวกนี้ล่ะ
พล : ถามได้ ก็ใช้ให้สะใจสิ
เหมียว : บ้าเหรอ แบ่งของรางวัลให้คุณชายจางด้วยสิ เขาอุตส่าห์ ออกค่าเล่นให้เรา
พล : แหงะ....เสียดายอ้ะ
เหมียว : นี่อย่างกสิ คุณชายจางคะอยากได้อะไร เลือกเลยค่ะ
พล : เฮ้ย อย่าน้าาา
ริน : พล ฉันไม่นึกเลยนะว่านายจะเป็นคนแบบนี้
พล : จ๋อย.... ให้ก็ได้ครับ ตามสบายเลยครับคุณชายจาง
คุณชายจาง : งั้นขอหยกชิ้นนี้ละกันสวยดี
ริน : คุณเสี่ยวเหมยละคะ
พล : หา ให้อีกเหรอ
ริน : อะแฮ่มมม..
พล : ตามสบายเลยครับ คุณเสี่ยวเหมย
เสี่ยวเหมย : ขอบคุณค่ะ งั้นขอปิ่นสีทองนี่นะคะ
เหมียว : คุณเสี่ยวเหมย วันนี้ขอบคุณมากเลยค่ะ แล้วนี่ก็ค่ำแล้วกลับบ้านไปก่อนเถะ เดี๋ยวพ่อแม่เป็นห่วง
คุณชายจาง : เสี่ยวเหมย เดี๋ยวข้าไปส่งที่บ้านนะ
เสี่ยวเหมย : ค่ะ แต่เดี๋ยวก่อนแล้วพวกคุณจะไปอยู่ที่ไหนล่ะค่ะ นี่ก็มืดแล้ว
หลิว : แล้วคุณเสี่ยวเหมยพอจะแนะนำที่พักให้หน่อยได้มั้ยครับ
เสี่ยวเหมย : บ้านเสี่ยวเหมยไงคะ ไม่ต้องเสียค่าที่พัก มีอาหารเลี้ยงด้วยนะ
ริน : แต่วันนี้ก็รบกวนเสี่ยวเหมยมาเยอะแล้วนะ
เสี่ยวเหมย : ไม่รบกวนหรอกค่ะวันนี้สนุกดี กลับไปเล่นกับเสี่ยวเหมยที่บ้านต่อนะคะ
เหมียว : งั้นตกลงค่ะ ขอบคุณนะคะ
คุณชายจาง : โธ่ นึกว่าจะได้กลับกับเสี่ยวเหมย2คนแท้ๆเลย......งั้นข้าขอแยกทางกลับบ้านตรงนี้เลยนะ ลาก่อน



เมื่อทุกคนมาถึงบ้านเสี่ยวเหมย
พล ริน เหมียว หลิว : โหหหหห บ้านหรือวังเนี่ย
เสี่ยวเหมย : เชิญทุกท่านเลยค่ะ
แม่เสี่ยวเหมย : อ้าว เสี่ยวเหมย พาใครมาด้วยล่ะนั่น
เสี่ยวเหมย : ท่านแม่คะ นี่เพื่อนใหม่ของหนูค่ะ ทุกตนนิสัยดีมาก ทุกคนนี่แม่ของเสี่ยวเหมยเองค่ะ
พล ริน เหมียว หลิว : สวัสดีครับ/ค่ะ คุณป้า
แม่เสี่ยวเหมย : สวัสดีจ้ะ ขอบใจที่ช่วยดูแลเสี่ยวเหมยนะจ๊ะ ว่าแต่พวกหนูทำไมแต่งตัวแปลกๆ
เสี่ยวเหมย : พวกเค้ามาจากดินแดนที่ไกลมากค่ะ ดินแดนชื่ออนาคต แม่คะให้พวกเค้าพักที่บ้านเราซักพักนะคะ
แม่เสี่ยวเหมย : ดินแดนชื่ออนาคตหรอจ๊ะ ชือแปลกดีนะ ถ้าเป็นเพื่อนเสี่ยวเหมยจะพักนานแค่ไหนก็ได้จ้ะ มาเข้ามาในบ้านดีกว่านะ
เหมียว : ดินแดนอนาคตงั้นเหรอ ตกลงเสี่ยวเหมยเขาเข้าใจมั้ยเนี่ยว่าเรามาจากอนาคต
พล : ไม่รู้ดิ



เสี่ยวเหมย : พวกท่านพักที่เรือนตะวันออกนี้นะคะ ตามสบายค่ะ.

คราวหน้าจะมาแต่งต่อนะ อิอิ

Comment

Comment:

Tweet

เข้ามาอ่านค่ะ..เก่งจังแหะ
เห็นชื่อนี้แล้วนึกถึงหลานน่ะ

พี่มีหลานชื่อเสี่ยวเหมย หลิงหลิง เจินจู เจินเอ๋อ

อ้อ..เง็กบ๊วยแปลว่าไรค่ะ อยากทราบค่ะ
รู้แต่ว่า เง็กแปลว่าหยก อ่ะ